Tokyo Report | Diplomacy | East Asia | Southeast Asia

สล็อตที่ดีที่สุด: Keeping Strategic Anxieties at Bay: Growing Japan-Vietnam Bonhomie

แทงบอล aos,โดยโรงกลั่นน้ำมันที่มีแผนจะเพิ่มประสิทธิภาพและขยายกำลังการกลั่นเพิ่มเป็น 1.4 แสนบาร์เรล/วัน จากปัจจุบันที่มีกำลังการกลั่น 1.2 แสนบาร์เรล/วันนั้น คาดว่าจะดำเนินการได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า ขณะที่การหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นระหว่างวันที่ 8 ก.พ.-24 มี.ค.นี้ อาจจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการไตรมาส 1/59 ให้ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนบ้าง เนื่องจาก EBITDA ของธุรกิจกลั่นจะลดลงไปราวครึ่งหนึ่งจากปกติ 1,500 ล้านบาท/ไตรมาสSET ปิด 1,291.77+6.47,แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (5 ก.พ.) คาดว่าตลาดคงจะแกว่ง Sideway up โดยมีแนวต้าน 1,300-1,313 จุด หากผ่านระดับ 1,313 จุดไปได้ถือว่าจบขาลงรอบสั้น และจะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,350 จุด แต่หากไม่ผ่านก็มีแนวรับที่ 1,280 จุด、ลิเวอร์พูลคืนนี้ช่องไหน、 รายงานการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เมื่อวันที่ 17-18 ธ.ค.ที่มีการเปิดเผยในวันนี้ ระบุว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายการเงินรายหนึ่งของ BOJ ได้ออกมาเตือนว่ามาตรการต่างๆของ BOJ ที่สนับสนุนนโยบายผ่อนคลายทางการเงินนั้น อาจจะเป็นสาเหตุตลาดเกิดความเข้าใจผิดในประเด็นที่ว่าการผ่อนคลายขนานใหญ่ของ BOJ กำลังใกล้ถึงขีดจำกัด ,แมคควอรี DW28เผยว่า นักลงทุนเทรด SET50 DW หนาแน่น หลังหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบจำกัด ยกตัวอย่าง SET50 DW28 ทีมีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นได้แก่ S5028C1603A S5028C1603B และ S5028P1603A เป็นต้น ด้าน DW บนหุ้นรายตัว นักลงทุนเข้าเทรด DW ที่อ้างอิงหุ้นในกลุ่มพลังงานและสื่อสารเป็นหลัก โดย Call DW ที่นักลงทุนให้ความสนใจ อาทิ PTT28C1605A PTTE28C1608A ADVA28C1605B และ DTAC28C1605A ส่วน Put DW เช่น PTT28P1609A และ ADVA28P1609A เป็นต้นหลังจากจัดตั้งกอง REIT ดังกล่าวแล้วเสร็จ บริษัทก็จะวางแผนขยายขนาดกองปีละ 2-3 พันล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทมีโรงแรม 4-5 แห่ง มูลค่าโครงการรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งสามารถนำขายเข้าเป็นสินทรัพย์ของกอง REIT ได้อย่างต่อเนื่องทั้งนี้ ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเพื่อปล่อยกู้ในโครงการบ้านประชารัฐนั้นยังอยู่ระหว่างพิจารณา แต่จะเป็นอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ แบบคงที่ประมาณ 5-6 ปี เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระผู้มีรายได้น้อยในการผ่อนชำระทั้งนี้ ที่ผ่านมาทางสมาคมบริษัทจัดการลงทุนได้มีการส่งหนังสือสอบถามกับทาง CPALL เกี่ยวกับเรื่องธรรมมาภิบาลหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวจาก CPALL แต่ได้รับทราบจากทาง CPALL เพียงว่า ในวันที่ 23 ก.พ. นี้ ทาง CPALL จะมีการประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ซึ่งจะต้องติดตามผลการประชุมบอร์ดของ CPALL อีกครั้งว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องธรรมาภิบาลของบริษัทออกมาเป็นอย่างไร แต่หากทาง CPALL ยังให้นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร ดำรงตำแหน่งผู้บริหารใน CPALL อยู่ เชื่อว่าจะมีผลกระทบตามมาต่อ CPALL และหุ้นในกลุ่ม CP จากความไม่มั่นใจในเรื่องธรรมาภิบาลบริษัท。 ฮั่งเส็งปิดรูดลง 455.25 จุด แม้ภาคบริการจีนสดใสSCI ราคาปิด 8.45 ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงกว่า 200 จุดในวันนี้ โดยดัชนีนิกเกอิปิดร่วงลง 225.40 จุด หรือ 1.32% แตะที่ 16,819.59 จุด โดยตลาดปรับตัวลงติดต่อกัน 4 วันทำการ เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยน อันเนื่องมาจากกระแสคาดการณ์ที่เริ่มแผ่วลงเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)คาดว่าแรงขายในกลุ่มรับเหมาฯ น่าจะเกิดจากแนวโน้มผลประกอบการงวด 4Q58 ที่อาจออกมาไม่เป็นอย่างที่ตลาดคาดหวัง ระยะสั้นฝ่ายวิจัยแนะนำให้สลับกลุ่มลงทุนขณะเดียวกันนายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ คาดว่าตลาดสินเชื่อปล่อยใหม่ในปี 2559 จะขยายตัวได้อย่างน้อย 4-5% จากปี 2558 โดยคาดว่าจะมียอดสินเชื่อปล่อยใหม่ในระบบอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด 5.8-5.9 แสนล้านบาท ขณะที่สินเชื่อคงค้างในระบบในปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 3.1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นเครื่องสะท้อนว่าระบบสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ของไทยยังขยายตัวได้เป็นอย่างดี โดยคิดเป็น 20% ของ GDPหลังจากจัดตั้งกอง REIT ดังกล่าวแล้วเสร็จ บริษัทก็จะวางแผนขยายขนาดกองปีละ 2-3 พันล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทมีโรงแรม 4-5 แห่ง มูลค่าโครงการรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งสามารถนำขายเข้าเป็นสินทรัพย์ของกอง REIT ได้อย่างต่อเนื่องนายสมศักดิ์ บริสุทธนะกุล กรรมการผู้จัดการ TPBI กล่าวว่า บริษัทประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติก โดยมีบริการครอบคลุมตั้งแต่ การออกแบบผลิตภัณฑ์และพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์, การผลิตและจัดหาผลิตภัณฑ์ และการทดสอบวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ บริษัทยังมีการร่วมลงทุนกับพันธมิตรทั้งจากไทยและต่างประเทศเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่การดำเนินธุรกิจดัชนี SET ช่วงเช้าปิดบวก 1,299.67 (+7.90 จุด,+0.61%) กรอบ 1,294 1,302 มูลค่าการซื้อขาย 20,700.18 ลบ. เรียงลำดับมูลค่าการซื้อขาย ICT ENERG BANK CONMAT TRANS COMM FOOD PETRO FIN ตามลำดับ NINE พุ่งเกือบ 25% แรงในรอบ 2 เดือน คาดเก็งฯทางเทคนิคหลังหุ้นเป็นขาลงมานานนอกจากนี้ตามแผน 5 ปี (ปี 58-62) บริษัทจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 500 เมกะวัตต์จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือ 261 เมกะวัตต์ โดยวางงบลงทุนไน 5 ปีดังกล่าวไว้ที่ระดับ 3-4 พันล้านบาท โดยจะเน้นขยายไปยังต่างประเทศ ทั้งในเมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ ขณะที่ในวันที่ 9 ก.พ.นี้ จะเปิดเผยรายละเอียดของโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ประเภทโซลาร์ฟาร์ม ในญี่ปุ่นด้วย。

คำแนะนำ: เราแนะนำให้ Open Long ใน ITDH16 ที่แนวรับ 7.10-7.00 เพื่อคาดหวังการฟื้นตัวกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 7.40 และ 7.50ก่อนหน้านี้ ผอ.IMF กล่าวที่มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ว่า การขยายตัวที่ชะลอลงของจีนในระยะใกล้นั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อการค้าและความต้องการที่ลดลงสำหรับสินค้าโภคภัณฑ์ แต่ในระยะยาว การปรับสมดุลของจีนจากการลงทุนไปสู่การบริการและภาคบริโภคภายในประเทศนั้น จะนำไปสู่การขยายตัวที่ยั่งยืนมากขึ้น และจะส่งผลดีต่อทั้งจีนและทั่วโลก,ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวลงเทียบกับสกุลเงินเยนที่ 117.72 เยน จาก 120.17 เยน และลดลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 1.0052 ฟรังก์ จาก 1.0208 ฟรังก์ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7178 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7049 ดอลลาร์、 ECF เผยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นเดินเครื่องผลิตแล้วสำหรับโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มประเทศอินโดไชน่านั้น บริษัทได้เริ่มมาตั้งแต่ ปี 2557 ที่บริษัทพุ่งเป้าไปที่ประเทศเมียนมาร์, กัมพูชา, ลาว, โดยปัจจุบันมีเมียนมาร์เป็นตลาดหลัก ส่วนประเทศกัมพูชาเป็นตลาดที่น่าสนใจที่มียอดขายเติบโตที่สุดในปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าหมายยอดขายต่างประเทศแตะ 1 พันล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ด้านการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นครั้งนี้จะทำให้กำลังการกลั่นน้ำมันรวมในปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ราว 9.7 หมื่นบาร์เรล/วัน จากเฉลี่ย 1.13 แสนบาร์เรล/วันในปีที่แล้ว ขณะที่คาดว่าค่าการกลั่น (GRM) ไม่รวมผลกระทบจากสต็อกน้ำมัน จะทำได้ราว 6-7 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากราว 8-9 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในปีที่แล้ว จากปริมาณน้ำมันดีเซลที่ทั่วโลกยังมีอยู่มาก ขณะที่โรงกลั่นของบริษัท สามารถกลั่นดีเซลได้ในปริมาณสูงราว 50% และกลั่นน้ำมันเบนซินได้ราว 18% ส่วนในปีนี้จะมีผลกระทบจากสต็อกน้ำมันหรือไม่นั้น ยังต้องรอดูราคาน้ำมันในช่วงสิ้นปีนี้อีกครั้ง ขณะที่ปีที่ผ่านมามีผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันกว่า 4 พันล้านบาท,นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรรายใหญ่จากต่างประเทศเพื่อร่วมทุนพัฒนาโครงการโรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยวของไทย ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต และ กระบี่ เป็นต้น คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ในครึ่งปีแรกของปี 59MTLS/20.60ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าอัตราการเข้าพักของโรงแรมในเครือจะเพิ่มเป็น 80% จากปีก่อนที่ 70% ดังนั้น และทำให้บริษัทตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจโรงแรมเติบโต 10% ในปีนี้ โดย RevPar มีการเติบโตในปีนี้ที่ 7-8% ขณะที่อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยอยู่ที่ 3,000 บาท/ห้อง/คืน โดยบริษัทมีโรงแรมที่เป็นสินทรัพย์ของบริษัท 3 แห่ง ได้แก่ โรงแรมเวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท โรงแรมเชอราตัน หัวหิน และโรงแรมเชอราตัน ปราณบุรี, จากกระแสข่าวที่ออกไป ทั้ง 2 รายที่ชนะการประมูลจะนำเงินมาชำระหรือไม่นำมาชำระ เรียนยืนยันว่าเป็นไปได้ยากที่จะไม่นำเงินมาชำระ เนื่องจากเหตุผลต่างๆ นอกจากจะต้องรับผิดชอบในส่วนต่างที่เกิดขึ้นแล้ว จะส่งผลกระทบต่อใบอนุญาตเดิมที่เป็นผู้ประกอบกิจการกับกสทช.อยู่ ซึ่งเงื่อนไขที่ได้บังคับไว้ทั้งหมด ผู้ประกอบการยังมีสิทธินำเงินมาชำระได้ถึงวันที่ 21 มี.ค.59 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทั้ง 2 รายได้มาติดต่อเพื่อติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ในการดำเนินในขั้นตอนต่อไปของ 4G ก็เป็นส่วนที่ยืนยันว่าจะมีการจ่ายเงินค่าประมูลอย่างแน่นอน สำหรับการซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้จะใช้วงเงินประมาณ 470 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นจำนวน 50.70 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 5.02% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว โดยมีกำหนดเวลาซื้อคืน 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ. จนถึงวันที่ 24 ส.ค. 59อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ติดลบในปัจจุบันจะทยอยปรับสูงขึ้น และมีแนวโน้มจะกลับมาเป็นบวกในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 ขณะที่ความเสี่ยงของการเกิดภาวะเงินฝืดมีจำกัด เนื่องจากอุปสงค์ยังคงขยายตัวและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวก สะท้อนว่าราคาสินค้านอกกลุ่มพลังงานส่วนใหญ่มีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับสูงขึ้น สอดคล้องกับคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะปานกลางของสาธารณชนเนื่องจากเป็นช่วงที่มีวันหยุดต่อเนื่องและเป็นช่วงเทศกาล ซึ่งมีการจับจ่ายใช้สอยและการบริโภคค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/58 ประกอบกับเริ่มเข้าสู่ฤดูการฝลท่องเที่ยงของทั้งภาคเหนือและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ทำให้เศรษฐกิจในภูมิภาคมีความคึกคักและมีเม็ดเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้มอบหมายงานและสับเปลี่ยนหมุนเวียนหน้าที่แก่ผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้จัดการและรองผู้จัดการ ดังนี้ นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ,นายถิรพันธุ์ สรรพกิจ ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ,นางสาวภัทรวสี สุวรรณศร ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าสายงานปฏิบัติการ , นางพรรณวดี ลดาวัลย์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าสายงานบริหาร สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่ (ภาคเช้า) KBANK-F มูลค่าสูงสุด 67.55 ลบ.,สิ้นวัน นักลงทุนขายสุทธิใน S5028P1602B หนาแน่นกว่า 20.1 ล้านหน่วย หลังดัชนีปรับตัวลงแรงในช่วงเช้า ในขณะที่นักลงทุนซื้อสุทธิใน S5028C1603B 4.6 ล้านหน่วย นอกจากนี้ยังมีแรงซื้อใน Call DW ตัวอื่นๆอาทิ BH28C1608A PTT28C1607A และ UNIQ28C1603A จำนวน 3.9 ล้านหน่วย 2.6 ล้านหน่วย และ 1.4 ล้านหน่วย ตามลำดับ、thecasinowebseriesdownloadtelegram、ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาดูความเคลื่อนไหวของรัสเซียมาโดยตลอด นับตั้งแต่มีข่าวว่าซาอุดิอาระเบียได้เสนอให้ผู้ผลิตน้ำมันทั่วโลกพร้อมใจกันลดกำลังการผลิต 5% เพื่อแก้ปัญหาราคาน้ำมันตกต่ำจากสาเหตุของปริมาณน้ำมันล้นตลาด。 ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 183 จุด รับราคาน้ำมันฟื้นตัว รายงานการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เมื่อวันที่ 17-18 ธ.ค.ที่มีการเปิดเผยในวันนี้ ระบุว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายการเงินรายหนึ่งของ BOJ ได้ออกมาเตือนว่ามาตรการต่างๆของ BOJ ที่สนับสนุนนโยบายผ่อนคลายทางการเงินนั้น อาจจะเป็นสาเหตุตลาดเกิดความเข้าใจผิดในประเด็นที่ว่าการผ่อนคลายขนานใหญ่ของ BOJ กำลังใกล้ถึงขีดจำกัด。

Japan has made crucial moves in recent years, particularly in its relations with Vietnam, but without much hype.

Keeping Strategic Anxieties at Bay: Growing Japan-Vietnam Bonhomie

Japanese Prime Minister Yoshihide Suga, center left, and his Vietnamese counterpart Nguyen Xuan Phuc, center right, walk after a press briefing at the Government Office in Hanoi, Vietnam Monday, October 19, 2020.

Credit: AP Photo/Minh Hoang, Pool

Over the last decade, Japan has arguably emerged as Asia’s most reliable partner. Japan has made crucial moves in recent years, but without much hype: including on strategic choices to plug the commitment shortfall of the United States or competing with China’s Belt and Road infrastructure initiatives; salvaging mega-trade deals such as the Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership (CPTPP) (known as the Trans Pacific Partnership before the Trump administration walked out); or diplomatic outreach to important Indo-Pacific powers such as Vietnam and India that are not a part of the United States’ military alliance treaties.

In the increasingly volatile Indo-Pacific region, Japan’s stepped up diplomatic footwork is enormously important, especially to those countries that have been looking to diversify their diplomatic, economic, and security partnerships for greater stability in the region. Japan’s recent attempts to reach out to key Southeast Asian countries, such as Indonesia, the Philippines, and particularly Vietnam, is important in that regard.?

As one of the fastest emerging regional economies, Vietnam holds a key position in the emerging Indo-Pacific dynamic. A robust and long-term trade and investment partnership with Japan is significant in that context. Both countries are according greater importance to each other, which is manifested in recent initiatives taken by Japan’s Prime Minister Suga Yoshihide. For one, his first foreign visit as Japan’s prime minister was to Vietnam (and then Indonesia) in October 2020, which is a testimony to Japan’s commitment to Vietnam (and the wider ASEAN region). Diplomatic exchanges between the two countries had become regular and more institutionalized under former Japanese Prime Minister Abe Shinzo.

When Vietnam’s newly appointed foreign minister, Bui Thanh Son, assumed office, he had a phone conversation on April 27 with his Japanese counterpart, Motegi Toshimitsu, to discuss areas of further cooperation. On the call, Japan acknowledged Vietnam’s role and position in the region, while Vietnam termed Japan a long-term strategic partner, and expressed a desire to strengthen the partnership further to implement the 2014 extensive strategic partnership agreement.

Clearly, there is a mutual interest in elevating bilateral ties to a higher level, which if sustained, might have a long-term impact on regional dynamics. The consensus to implement the CPTPP, reached during phone calls between Japanese Economic Revitalization Minister Nishimura Yasutoshi and Minister of Industry and Trade Nguyen Hong Dien, is another signal of the strong Japan-Vietnam ties.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Japan is one of the most active players in the Indo-Pacific and a proponent of a rules-based order. Bonhomie with Vietnam might also encourage the latter to embrace the construct more tightly. So far, Vietnam’s focus has been to follow the ASEAN-led path in implementing a collective Indo-Pacific vision. ASEAN issued an outlook on the Indo-Pacific in 2019, which emphasizes ASEAN centrality, a notion strongly endorsed by Japan.

Like his predecessor, Abe, Suga is invested in regional partners and tirelessly working in shaping a rules-based Indo-Pacific order. Unlike the U.S., Japan has no history of policy flip-flops vis-à-vis the region. It also does not believe in meddling in the internal affairs of others. In addition to being a part of the four-member Quadrilateral Security Dialogue, known as the Quad, Japan is also looking at bolstering bilateral as well as trilateral partnerships in the Indo-Pacific region. Vietnam can be an important partner in such an endeavor.

As one of Vietnam’s long-standing and time-tested friends and strategic partners, India could also play a role and enhance its partnership with both Japan and Vietnam. Like Vietnam, India is also not a security treaty partner of the U.S. but has a robust partnership with Japan. India and Japan are already developing a more feasible and transparent infrastructure plan for Asia.?

Joint infrastructure investment in Sri Lanka and the Asia-Africa Growth Corridor are classic examples of India-Japan joint efforts to bridge regional infrastructure capacity shortfalls. India’s development assistance and capacity building in Vietnam has been impressive. India and Japan should jointly initiate an infrastructure and connectivity projects in Vietnam as this trilateral collaboration mechanism might work for the benefit of all.?

Defense and strategic cooperation is one of the fastest emerging dimensions of Japan-Vietnam ties. During Suga’s visit, the two countries signed an agreement to supply military gear and technology to Vietnam. During the foreign ministers’ call, which was followed by Suga’s visit, the issue of the South China Sea was also discussed. China’s growing assertive posture is a matter of mutual concern as both Japan and Vietnam have active maritime disputes with China in the East and South China Seas, respectively. That said, it would be unfair to term China as the only factor shaping Japan-Vietnam ties even though some of the steps in the relations are closely linked to China’s aggressive postures.

On the trade and investment front, Japan is the second largest cumulative investor in Vietnam with $60 billion in investments. It has more than 4,500 investment projects in Vietnam. With Japan incentivizing its companies to pull out investments from China, Vietnam stands to benefit, which might further cement the bilateral trade ties.

Another important indicator is Japan’s Overseas Development Assistance (ODA) — one of the most important soft power projection tools for Japan. With $23 billion, it has been the largest ODA donor to Vietnam. Japan’s Enhanced Partnership for Quality Infrastructure (PQI) is also gaining ground to challenge China’s Belt and Road Initiative (BRI) in the region. One major Japanese project in Vietnam is the construction of the Nhat Tan bridge in Hanoi, famously known as the Vietnam-Japan friendship bridge. Japan is also a member in the Regional Comprehensive Economic Partnership (RCEP). With India pulling out of the economic agreement in 2019, Japan’s presence in the RCEP still keeps it a secure arrangement.

Under Suga, Japan-Vietnam relations are on an upward trajectory — a trend premised on reliability, mutual interests, and shared concerns. Japan’s policy and approach align with Vietnam’s perceptions and policies. Japan emphasizes ASEAN centrality, and like India and the U.S., it has also placed ASEAN at the core of its Indo-Pacific policy. And yet, Japan, like India, is not putting pressure on Vietnam to join the so-called “Quad plus” mechanism. Japan is mindful of the fact Vietnam is not yet ready for such a strategic adventure. This flexible and accommodative engagement makes it convenient for Vietnam to welcome Japan’s greater presence in the region, which is vital to ensure peace, stability, and a rules-based order in the Indo-Pacific.