China, What's Next?

ตรวจ สลากกินแบ่ง รัฐบาล 16 มีนาคม 2560: China’s Challenges: Environment

777slotmachinegamescasinoforfree,ความเห็น : ราคาหุ้นมีโอกาสดีดตัวในระยะสั้น แนะนำซื้อ-ขายที่กรอบแนวต้านและแนวรับ จุด stop loss หากต่ำกว่า 18.60 บาทกลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: การดีดขึ้นสลับให้ตามที่แนวต้านระยะสั้นบริเวณ 1520-1523 จุด หากไม่สามารถขึ้นยืนเหนือได้ หรือหลุดจุดต่ำช่วงเช้าที่ 1515 จุด ลงมา คาด SET ลงได้ต่อในช่วงตลาดปรับฐาน โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1500-1510 จุด กลยุทธ์ ยังเน้นแบ่งขายลดพอร์ต ส่วนการเก็งกำไร ดูเสียเปรียบ เนื่องจากตลาดไม่เอื้ออำนวย หากจะเทรด เหมาะกับผู้รับความเสี่ยงได้สูง ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ CWT (รับ 4.46 ต้าน 4.80 Cut 4.32) และ SCN (รับ 14.3 ต้าน 15.3 Cut 13.7),301.00 314.00、ลอตเตอรี่ จะ ออก วัน ไหน、ขณะที่ปริมาณสำรองที่พิสูจน์แล้ว (P1) และปริมาณสำรองที่คาดว่าจะพบ (P2) ลดลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความต้องการใช้ที่เพิ่มมากขึ้น โดยคาดว่าปริมาณสำรองที่พิสูจน์แล้วจะมีเพียงพอราว 6 ปีเมื่อรวมกับปริมาณสำรองที่คาดว่าจะพบทำให้มีปริมาณสำรองรวมประมาณ 13 ปี ทั้งนี้ บริษัทเสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบัน และ/ หรือ นักลงทุนรายใหญ่ ระยะเวลาระหว่างวันที่ 25-27 พ.ค.นี้ ผ่านธนาคารกรุงไทย และ ธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย โดยอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกหุ้นกู้ BBB+ แนวโน้มอันดับเครดิต Stable โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 58 โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินจากการออกหุ้นกู้ครั้งนี้ไปชำระคืนเงินกู้ และ/หรือ เป็นเงินทุนหมุนเวียนโดยสำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้น 149.36 จุด หรือ 0.74% ปิดที่ 20,413.77 จุด หลังจากทะยานขึ้นแตะระดับ 20,417.77 จุดในระหว่างวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2543ทั้งนี้ได้ทำการหารือเรื่องกับนายกฯ ไว้แล้ว ยืนยันว่าการดำเนินการงานในส่วนนี้ทั้งหมด เป็นการทำเพื่อประเทศชาติ ระหว่างนี้จะใช้เวลาในการร่างกฎหมายให้เป็นรูปเป็นร่างเร็วที่สุด ส่วนระยะเวลาในการออกบอนด์ จะเป็นไปตามกลไกระยะเวลา โดยคาดว่าเมื่อเสนอครม.แล้ว ก็จะสามารถดำเนินการได้ทันที ซึ่งการออกบอนด์จะทยอยออกเป็นงวดๆ ไม่เร่งออกทั้งก้อน ดัชนี 1,531.28 เปลี่ยนแปลง +5.03 จุด มูลค่าการซื้อขาย 18,048 ลบ.ส่วนการขยายกิจการต่างประเทศจะมีการศึกษาอย่างจริงจังในปี 59 โดยมองประเทศที่มีความเป็นไปได้ในการเข้าไปลงทุนคือ เวียดนาม อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์ โดยรูปแบบจะเป็นการเข้าไปร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อตั้งสาขาโดยการร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม จะมีการแก้ไขในบางมาตราเพื่อเพิ่มทางเลือก โดย ครม.อาจพิจารณาให้สิทธิการสำรวจเป็นระบบสัมปทาน หรือแบ่งปันผลผลิต (PSC) โดยการแก้ไขจะอิงกับกฎหมายองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย พ.ศ.2533 โดยครม.จะพิจารณาว่าแปลงสำรวจเดิมที่เคยออกประกาศจำนวน 29 แปลงนั้นจะใช้ระบบใดในการให้สิทธิสำรวจและผลิต ซึ่งจะต้องพิจารณาตามเหตุและผลแนวรับ 3.14 บาท แนวต้าน 3.50 บาท、แนะนำซื้อ UMI โดยมีแนวรับที่ 5.40 และ 5.30 และมีแนวต้านที่ 5.80 และ 6.00 เป็นจุดขายทำกำไร แนวต้านสำคัญ 6.30Energy: ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ 20450 แต่ยังคงมีแรงขายทากำไรต่อหุ้น ถ้าทะลุผ่านขึ้นไปได้ จะมีแนวต้านถัดไปที่ 21500 เน้นการถือหุ้นหลักต่อเนื่อง PTT PTTEP PTTGC TOP BANPUและตามหนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 ในวาระที่ 9 คือ วาระอื่นๆ นั้น ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการคัดเลือกหรือถอดถอนกรรมการโดยมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดเกรงว่า กรรมการกลุ่มพวกของตนจะถูกถอดถอนและไม่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการใหม่ การที่หน่วงเหนี่ยวขัดขวางไม่ยอมให้ตัวแทนผู้รับมอบฉันทะของนายศิริธัช และผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ เข้าประชุม เพราะเกรงว่าผู้ถูกกล่าวหาคนใดคนหนึ่งอาจถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง และไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการใหม่ได้ จึงเป็นการกระทำโดยทุจริต เพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ สำหรับกลุ่มพวกตัวเองที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารบริษัทต่อไป อันเป็นการร่วมกันบริหารแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยปราศจากผู้ถือหุ้น ตัวแทนผู้ถือหุ้นในการตรวจสอบการบริหารดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 20,208.85 จุด เพิ่มขึ้น 5.98 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 27,723.67 จุด เพิ่มขึ้น 199.95 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ที่ 9,606.51 จุด เพิ่มขึ้น 27.95 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 2,131.11 จุด เพิ่มขึ้น 8.30 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ที่ 3,447.92 จุด เพิ่มขึ้น 8.06 จุด และดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ที่ 1,798.33 จุด เพิ่มขึ้น 3.29 จุด หุ้นแนะนำภาคบ่าย: เก็งกำไร SCN หลังราคาหุ้นทะลุแนวต้านขึ้นมา เพื่อเล็งขึ้นไปแบ่งทำกำไรที่ 15.30-15.40 stop loss ในเชิงกลยุทธ์เมื่อหลุด 13.70 ลงมา และทยอยสะสมหุ้นปันผลสูง ADVANC JASIF หุ้นแนะนำภาคบ่าย: JAS (ราคาสะท้อนปัจจัยลบจากการถือสินทรัพย์โครงข่ายลดลงแล้ว ขณะที่ปีนี้ยังมีการขายสินทรัพย์อีกส่วน), ADVANC (Laggard play ในรอบนี้ และ high yield play)สั้นๆ Follow Buy เหนือ 9.50 บาทด้านธุรกิจเคมีภัณฑ์ (ที่กำลังออกหุ้นเพิ่มทุน PP 19 ล้านหุ้น ที่ราคา 11.5 บาท เพื่อซื้อธุรกิจ) 0.8 บาท อิงสมมติฐาน EBITDA 50 ล้านบาทต่อปี และ EV/EBITDA 8 เท่า ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติเพิ่มทุน PP ราคา 11.5 บาท วันที่ 26 พ.ค.ขณะที่ DW ที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น ได้แก่ Call DW บนหุ้น TTCL เช่น TTCL28C1510A +16.7% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวขึ้น +6.4% SGP28C1509A +15.0% เทียบกับหุ้นอ้างอิงที่ปรับตัวขึ้น +4.5% เป็นต้น ขณะที่กลุ่มที่ปรับตัวลงหลักๆ ได้แก่กลุ่มพลังงาน วัสดุก่อสร้าง และรับเหมาก่อสร้าง เช่น TPIP28C1509A ITD28C1509A และ PTT28C1510A。

กราฟราคาหุ้นตกต่ำมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ลงยังกะเจ้าของทิ้งหุ้น แต่คิดว่าไม่เป็นเช่นนั้น การลงแบบนี้ทำให้เกิด Oversold และสามารถเด้งกับได้แรงเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม ซึ่งก็คือในช่วงนี้นั่นเองเนื่องจากเริ่มมี story ใหม่ๆ เข้ามา มองการดีดตัวตามสัญญาณกราฟที่เกิด Bottom out จะเด้งกลับไปที่ระนาบใกล้ 2.34 บาท น่าติดมือไว้ ของราคาถูกงี้ ความเสี่ยงถือว่าน้อยอนึ่ง ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ได้ขึ้นเครื่องหมาย SP (Suspension) หลักทรัพย์ของบริษัท แมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MAX ตั้งแต่การซื้อขายหลักทรัพย์วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 เป็นต้นไป เนื่องจากบริษัทไม่สามารถนำส่งงบการเงินสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2558 มายังตลาดหลักทรัพย์ภายในเวลาที่กำหนดนั้นตลาดหุ้นยุโรปได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า เฟดอาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังจากมีข้อมูลที่บ่งชี้ถึงความอ่อนแอของเศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงยอดขายบ้านมือสองในเดือนเม.ย.ร่วงลง 3.3% สู่ระดับ 5.04 ล้านยูนิต ตรงข้ามกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.24 ล้านยูนิต และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 16 พ.ค. เพิ่มขึ้น 10,000 ราย แตะ 274,000 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ 271,000 ราย,Technical SET range: 1,518-1,532 ,ส่วนตลาดญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นเนื่องจากตัวเลขการส่งออกที่ออกมาดีกว่าคาดอย่างไรก็ดี ตลาดฯ เผชิญแรงกดดันจากที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐได้พูดเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าอาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้หากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯออกมาตามคาด และยังกังวลเรื่องกรีซที่อาจจะชำระหนี้ไม่ทันโดยหนี้สินที่ที่ก่อให้เกิดสินทรัพย์ และกึ่งสินทรัพย์(ที่ดิน ที่อยู่อาศัย และรถยนต์-รถจักรยานยนต์) เพิ่มขึ้น 5.9% ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้น 8.5% ในช่วงเดียวกันปีที่แล้ว สำหรับหนี้เพื่อการบริโภคอื่นเพิ่มขึ้น 12.4% ชะลอลงจาก 17.6% ในช่วงเดียวกันปีที่แล้ว, ดาวโจนส์ปิดวันศุกร์ปรับลงขณะตลาดจับตาสุนทรพจน์ เยลเลน BTSดีดตัวขึ้นผ่านกรอบ Sideways กลับขึ้นมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 3 เดือนได้ เครื่องมือ MACD พลิกกลับมาเป็นบวกวันแรก แนวต้านแรกบริเวณ 9.60 บาท ถัดไปที่บริเวณ 9.80 บาททั้งนี้ บริษัทประเมินราคาน้ำมันเฉลี่ยในครึ่งหลังของปีนี้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาเฉลี่ยอยู่ที่ 64 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากครึ่งปีแรกราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เนื่องจากช่วงครึ่งปีหลังเป็นช่วงที่เข้าสู่ฤดูหนาว ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองในเดือนเม.ย.ร่วงลง 3.3% สู่ระดับ 5.04 ล้านยูนิต หลังจากแตะระดับสูงสุดในรอบ 18 เดือนในเดือนมี.ค., หุ้นแนะนำภาคบ่าย: JAS (ราคาสะท้อนปัจจัยลบจากการถือสินทรัพย์โครงข่ายลดลงแล้ว ขณะที่ปีนี้ยังมีการขายสินทรัพย์อีกส่วน), ADVANC (Laggard play ในรอบนี้ และ high yield play) SET ปิดร่วง 15 จุด PTT ซื้อ-ขายสูงสุด 1.23 พันลบ.SPPT ราคาปิด 3.20 บาทโดยนโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับ แนวคิดของธนาคาร ในการที่จะเข้าร่วมให้ความสนับสนุนทางการเงิน พร้อมทั้งเป็นอีกหนึ่งกำลังสนับสนุนให้ไทยก้าวสู่การเป็น Bio-Hub ของเอเชียกราฟราคาหุ้นตกต่ำมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ลงยังกะเจ้าของทิ้งหุ้น แต่คิดว่าไม่เป็นเช่นนั้น การลงแบบนี้ทำให้เกิด Oversold และสามารถเด้งกับได้แรงเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม ซึ่งก็คือในช่วงนี้นั่นเองเนื่องจากเริ่มมี story ใหม่ๆ เข้ามา มองการดีดตัวตามสัญญาณกราฟที่เกิด Bottom out จะเด้งกลับไปที่ระนาบใกล้ 2.34 บาท น่าติดมือไว้ ของราคาถูกงี้ ความเสี่ยงถือว่าน้อย,ขณะที่ Call DW หุ้นกลุ่มธนาคารยังปรับตัวลงต่อเนื่องตามหุ้นอ้างอิง แต่ Put DW ปรับตัวขึ้น เช่น KBAN28C1511A +2.7% เป็นต้น อย่างไรก็ตาม Call DW บนหุ้นกลุ่มอื่นๆปรับตัวขึ้นตามหุ้นอ้างอิง、ตรวจ หวย งวด นี้ สด、PTT ปิดที่ 361.00 บาท ลดลง 4.00 บาท ขณะเดียวกัน มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจข้อมูลทางการเงิน รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 53.8 ในเดือนพ.ค. จากระดับ 54.1 ในเดือนเม.ย. และเทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี PMI จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 54.6 ในเดือนพ.ค.。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’